Chol's profileอาจารย์บาทเดียวPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 28

    Chol and the Casino

    วันนี้ได้ไปออกแรงช่วยน้องปุ๋ยย้ายบ้าน เสร็จแล้วจึงไปทานข้าว และหลังจากนั้นพวกน้องๆก็พาไปลองเล่นที่ Casino ใน City Center 


    รอบ นี้เป็นรอบแรกของผม ลองไปเล่น รูเล็ตกับ  Slot Machine เอาเข้าจริงๆก็ไม่รู้มันเล่นยังไงหรอกนะ ลองใส่ไปยูโร สองยูโร  พยายามคิดหาวิธีที่จะทำให้ความเสี่ยงต่ำและคุ้มทุน หรือพูดเป็นภาษาเศรษฐศาสตร์ก็คือ พยายามจะหา Dominant Strategy สำหรับการเล่นรูเล็ต แต่มันก็ได้บ้างไม่ได้บ้างไปตามเรื่อง แต่ที่แน่ๆคือ Rate of Return นี่ต่ำลงเรื่อยๆ ซักพักเลยเลิกเล่น  เสียไป 4 ยูโรหลังจากหักลบกลบหนี้แล้ว จากนั้นก็ไปลองเล่น Slot Machine ด้วยความมั่ว ใส่ไป 2 ยูโร กดไปกดมา ปรากฎว่า เงินมันหล่นออกมา 7 ยูโร เลยลองอีกที ใส่ไป 2 ยูโร ทีนี้มันออกมาแค่ ยูโรเดียว ก็เลยเลิก เพราะว่า คุ้มทุนพอดี


    ระหว่าง นั้นมีป้าคนไทยคนนึงเดินเข้ามาคุยด้วย จริงๆเห็นป้าแกตั้งแต่เข้ามาแล้วแต่ไม่ได้ทักทาย ป้าแกก็คงสังเกตอยู่เหมือนกัน ซักพักแกก็เข้ามาแนะนำ บอกว่า ถ้าเล่นไม่เป็นอย่าเล่นดีกว่า เพราะมันกินตังค์ ป้าแกเชี่ยวชาญในเรื่องบ่อนมาก สงสัยอยู่มานานและเข้าบ่อยมากๆ ปัญหาคือ เวลาแกอธิบายซักพักแกจะพูดดัชต์ และก็ดูจะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ โดยเฉพาะในเรื่องบ่อนนี่ 


    แต่ ที่จับได้ชัดๆก็คือ แต่ละบ่อนเค้าจะต้ังเครื่องมือไว้ไม่เหมือนกัน แต่ pattern  อาจจะคล้ายๆกัน คือ แรกๆเค้าก็จะให้เราเล่นให้ได้ใจก่อน และเล่นต่อ แต่หลังจากซักพัก มันจะเริ่มออกแบบเบี่ยงหลบ คือ คล้ายกับว่าเครื่องมันเรียนรู้ pattern การวางเดิมพันและการเดาของเรา รวมถึงมันคำนวนตอนที่ทุกคนวางเดิมพันไปแล้ว และก็หลบทุกๆ choice ที่ทุกคนเลือก และก็กินตังค์ของทุกคนไปตามระเบียบ แต่ว่าความโหดของการหลบหลีกของเครื่องก็ขึ้นกับแต่ละที่ด้วย บางที่เอาตังค์อย่างเดียวเลย บางที่ให้เราได้บ้างพอใจชื้น 


    ผม ค่อนข้างทึ่งกับคนที่คิดเกมส์พนันพวกนี้พอควรทีเดียว เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างน้อยในความสามารถของผม ที่เราจะสามารถหา Dominant Strategy สำหรับการเล่น เพราะไม่ว่าจะคำนวนทางไหนอย่างไร ถ้าไม่เท่าทุนพอดี ก็จะขาดทุนอยู่ดี ทางเดียวคือ ถ้าไม่เป็นเจ้าบุญทุ่ม เสี่ยงมากได้มาก ก็ต้องเดาอย่างเดียว และยิ่งถ้าเจอเครื่องแบบกินตังค์อย่างที่ว่าแล้วละก็ ยากนักที่จะได้ทุนคืน อย่าว่าแต่กำไรเลย  


    กลาย เป็นว่า เรือ่งกำไรนี่ มันสำคัญที่ว่า เราจะรู้จัก “หยุด” หรือ “พอ” เมื่อไหร่ต่างหาก ถ้าเรารู้จักพอเมื่อเราได้ และก็หยุดเล่นในตอนที่เรามีกำไร แม้จะเล็กน้อยแล้วก็ตาม เราก็ได้กำไรชัวร์ แต่ก็อาจจะเสียโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมากกว่านี้ แต่ผลตอบแทนที่ว่าก็มีความเป็นไปได้ที่ต่ำพอควร ... ตรงจุดนี้ล่ะ ถ้าความอยากชนะเราเมื่อไหร่ล่ะก็ ได้ถลำตัวไปลึกและก็เสียมากขึ้นแน่ๆ เมื่อเสียก็อยากจะได้คืน ... ถ้าได้ก็จะอยากลองให้ได้มากกว่าเดิม ก็จะวนเวียนอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น เข้าอารมณ์ผีพนันเข้าสิงเลยทีเดียว 


    คน ที่เล่นพนันบ่อยๆเท่าที่สังเกตคนที่เล่นแบบเซียนๆในร้าน ผมไม่เห้นใครมีหน้าตามีความสุขซักคน ทุกคนจะอยู่ในภาวะเครียดแบบกดๆ ตลอดเลย หน้าจะดูหมองๆชอบกลด้วย ตัวผมเองลองสังเกตตัวเองตอนอยู่ใน Casino ก็รับความเครียดของสถานที่ได้อย่างชัดเจนถึงกับทำให้หัวตึ้บๆเลยทีเดียว ไม่ดีกับสุขภาพจริงๆ 


    จาก นี้ผมก็เรียนรู้ว่า อย่าไปเข้าเลย Casino เพราะการได้เงินที่มีความแน่นอนกว่านั้นด้วยกำลังแรงกายของเรามีอีกตั้งหลาย ทางเลือก สภาพจิตใจเราจะดีด้วย พระท่านว่า การทำงานและได้ผลจากกำลังของเราเองนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆมี ความสุขอย่างหนึ่ง  


    นอกจาก นี้ พระท่านยังว่า การพนันเป็น “อบายมุข” อีกด้วย  “อบาย” แปลว่า ที่ต่ำ ความเสื่อม  “มุข” คือ ประตู  อบายมุข คือประตูสู่ความเสื่อมนั่นเอง เสื่อมในทรัพย์ และเสื่อมในเรื่องอื่นๆด้วย เช่นเรื่องสุขภาพเป็นต้น   นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้เราทำผิดศีลอีกด้วย สืบเนื่องมาจากเมื่อเล่นพนันแล้ว ความโลภมันถูกกระตุ้น  ความคาดหวังที่ไม่ได้รับการตอบสนองก็ไปกระตุ้นโทสะ สภาวะอย่างนี้เสี่ยงมากต่อการไปมีเรื่องมีราว ที่จะทำให้ผิดศีลข้อ 1,2, และ 4 คือ อาจจะไปทำร้ายหรือฆ่าใคร , อาจจะไปขโมย ไปโกงใคร และต้องมาโกหกได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะนำไปสู่ความลำบากและความทุกข์อันสลับซับซ้อนอีกมากมาย ...​


    ฉะนั้นอย่าไปที่ประตูเลยจะดีกว่า 


    เรื่อง นี้อาจโยงไปถึงสมัยก่อนที่มีข่าวว่า รัฐบาลจะเปิดบ่อนแบบทางการเพื่อเอาตังค์จากนักท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตาม ถ้าลองเชื่อมประสบการณ์วันนี้กับเรื่องนี้ ผมคิดว่า รัฐบาลไม่ควรเปิดบ่อน เพราะเป็นการเอาประตูความเสื่อมมาวางเอาไว้อย่างโจ่งแจ้งเลย คือ แต่เดิมมันมีอยู่ก็จริง แต่แอบๆอยู่ ก็ให้มันแอบๆไว้ก็น่าจะดีอยู่ การเปิดบ่อนอย่างเป็นทางการนอกจากจะเป็นการเปิดทางให้คนไปสู่ความเสื่อมมาก ขึ้นแล้ว ผมว่าประเทศชาติก็จะเสื่อมตามไปด้วย 


    น่ี ไม่ใช่เฉพาะบ่อนเพียงเท่านั้น แต่รวมถึง โรงงานยาสูบ สนามม้า และหวยด้วย  การที่รัฐบาลเป็นคนขายตัวที่ประตูอบาย เอาเงินไปใช้ “พัฒนา” ประเทศเนี่ย มันมีค่าเสียโอกาสเยอะเหมือนกันนะครับ  เวลา, ทรัพยากร ทั้งในเชิงสุขภาพ,ตัวเงิน และอื่นๆ ที่คนใช้ไปกับกิจกรรมเหล่านี้ สามารถเอาไปทำกิจกรรมอื่นๆที่มีผลิตผลทางเศรษฐกิจได้ ก็เสียไปกับสิ่งเหล่านี้  


    นอกจาก นี้ พอรัฐบาลวางใจว่าอย่างน้อยได้เงินจากตรงนี้มาง่ายๆ ผมว่ามันก็ลดแรงจูงใจ ลดแรงกระตุ้นของรัฐบาลที่จะพัฒนาประเทศอย่างจริงจังด้วยครับ เพราะว่า หากไม่มีเงินในส่วนนี้ รัฐบาลจะต้องมองเรื่อง Tax อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการกระจายรายได้ของประเทศ รัฐบาลจะต้องมองเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายการศึกษาให้มากขึ้นและจริงจังกว่าเดิม เพราะว่า รัฐบาลก็ต้องพยายามทำให้เศรษฐกิจโต ทำให้คนมีงานทำ ให้คนทำธุรกิจได้ผลสำเร็จ เพื่อจะได้มีการจ่ายเงินภาษีเข้ามาดำเนินกิจกรรมอื่นๆของรัฐ


    ตอน นี้กลายเป็นว่า บุหรี่ สนามม้า และหวยเป็นสิ่งที่ไปแตะไม่ได้เสียแล้ว เพราะประตูอบายพวกนี้มันฝังลึกลองไปในแผ่นดินเสียแล้ว คนจำนวนมากขึ้นผูกวิถีชีวิตไว้กับสิ่งเหล่านี้เสียแล้ว ต้นทุนมันมากเหลือเกินในการรื้อถอนประตูอบายเหล่านี้  และรัฐเองก็ยังไม่พร้อมที่จะหาแหล่งงบประมาณใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูงเสีย ด้วย 


    ฉะนัั้นผมว่าที่มันมีอยู่แล้วก็คิดหาทางแก้กันต่อไป แต่ที่มันยังไม่มีก็อย่าให้มันมีเลยครับ ...เวรกรรมมันมีจริงเน้อ

    October 24

    วันดีๆที่ชีวิตเริ่มเข้าที่อีกก้าว

    2008
    Thursday, October 23
    1:16:36 AM

    วันนี้เป็นวันที่ดีวันนึงเล
    ยทีเดียว

    เป็นวันที่ผลของการทุ่มเทกำ
    ลังแรงกายแรงใจในงานออกดอกออกผลให้เห็นชัดเจนขึ้น เป็นกำลังใจให้ตัวเอง วันนี้รับผิดชอบการนำเสนอบทความที่อ.ให้อ่าน และมันเป็นชุดที่เยอะที่สุดชุดนึงเลย เราก็ทุ่ม ตั้งสมาธิอยู่กับมันจนกระทั่ง เราสามารถทำมันจนเสร็จ และวางแผนในการนเำเสนอ การสนทนา ฯลฯ รู้สึกว่าเข้าใจมากๆ และนำการเสวนาได้โอเค เพื่อนๆชอบใจ อาจารย์หัวเราะชอบใจ แม้เราจะบอกให้เค้าหยุดพูดบ้างก็ตาม

    เป็นวันที่รู้สึกภูมิใจในตั
    วเองที่แก้ปัญหาได้ ... ภูมิใจที่ตัวเองนำการคุยได้เป็นเรื่องนึง แต่เรื่องที่รู้สึกดีมากๆคือการที่สามารถเซ็ต wireless internet ในบ้านได้ด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ทุกอย่างมันเป็นภาษาดัชต์หมดเลย งานนี้ต้องขอบคุณ translate.google.com เพราะเราใช้เคเบิลต่อเน็ตเพื่อจะได้แปลความหมายได้ และสุดท้ายก็ต่อเน็ตได้จริงๆด้วย จะได้เลิกแบ่งสัญญาณชาวบ้านใช้ซักที

    เป็นวันที่รู้สึกอบอุ่นกับเ
    พื่อนๆที่นี่ ...ตอนเย็นเราไปวงเสวนาหลังเรียน ที่บ้านของฟรังซัว เพื่อนชาวแคนาดา อายุน้อยกว่าเราปีสองปี มีลูกแล้วสองคน พาภรรยามาด้วยที่นี่ เค้าเก่งและไบรต์มาก มันเป็นวงเสวนาที่อบอุ่น ทุกคนเปิดใจฟังกันและกัน และพูดอย่างเปิดอก ไม่มีกั๊ก นอกจากนี้ทุกๆคนยังช่วยเสริมเติมวงเสวนาทั้งในเชิงเนื้อหาและในเชิงกระบวนการอีกด้วย ซึ่งทำให้กติกาของการเสวนาค่อยๆพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้วงเสวนาดำเนินไปอย่างราบรื่นและทุกคนได้ประโยชน์มากขึ้นทุกวัน

    เป็นวันที่รู้สึกว่า กิจวัตร ที่ดีกำลังจะเกิดข้ึนในเร็ว
    วันนี้ กิจวัตรที่ส่งเสริมการเรียน กิจวัตรที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กิจวัตรที่ทำให้เราอ่านหนังสือทัน ทำงานเสร็จทัน ซึ่งทำให้ไม่เดือดร้อนตัวเอง ไม่เดือดร้อนคนอื่น และเราก็สบายใจที่ได้ทยอยทำงานให้เสร็จไปเรื่อยๆ ใช้แต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องขอบคุณ อ.ต้น ที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องกิจวัตรของการเรียนป.โทป.เอกที่จะทำให้เราได้ความรู้และเสร็จตามเวลาจริงๆ

    ดีใจที่ชีวิตเริ่มเข้าที่เข
    ้าทางมากขึ้นไปอีกขั้น
    October 02

    Unstable routine and appretiation to my friends

    I lost another morning again. At first, no actually from the beginning, I really want to restore my habit at UEA and use it here because I think it's good for the study. The habit such as waking up at 6, eat heavy breakfast and light dinner, study in the day time and take a rest at night, chanting every morning, swimming jogging or playing footbal altogether 3 times a week.

    Right now I still can't restore that habit. I don't know why. I suppose that might be because of the weather that is getting colder. I remember that at the beginning of last year, in September, when it's getting cold, it was difficult for me to wake up. Also I will have a sore throat in the morning because of too dry air in my room when I turned on the heater. No place to work out, or it is too far from my place. The room might be too small to chant.

    I'm not really sure what would be the right habit for me here in Rotterdam. I'm not even sure if there is a right habit, because last year when I established a routine, it would be maintained for a while then failed. The last period of my life at UEA I can maintain my habit because of the dissertation, i think. The nature of the situation at that time pick this kind of routine as an appropriate routine in order to survive the dissertation period.

    Maybe something is lacking here. It could be the motivation, inspiration, or responsibility. I remember, in my first two years in bachelor, that I did things efficiently because I had motivation to do lots of activities and at the same time I really had responsibilities for those activities. I still remember the energy of the old days. However, it was gone somewhere in my history...

    However, one thing around here that encourage me to do things is my new friends, especially Marco my roommate, Michael the German, Bubbies the Greek, and Francois the Canadian. They are very good friends, always encouraging me when I'm not confident, their experiences and what they are doing inspire me as well as pressure me to do better, what they are thinking of makes me being sure that what I am believing and doing is a good thing. Discussion with them makes me get on with the philosophical conversation more and more and now I think I get used to this kind of conversation already, which is useful in the reading and participating in the seminar.

    Using Nelson&Winter 's terminology, I hope the nature would select the appropriate routine for me as soon as possible so I can get on with my life efficiently and happily.

    For the time being I would thank people who I had been in the past life that did so many good things to many good people and makes me what I am today, meeting good people, joining the inspiring and challenging course, being very stable in the next ten years.
    May 25

    Farewell...farewell

    2008

    Sunday, May 25

    11:05:25 AM

    Yesterday, our first friend farewell party was held at Gradsbar, UEA. Jessica is going back to her home in US. There were about 30 people there, chatting, bringing food and snacks, and coming to say goodbye to Jessica.

    Jessica studies in the course education and development. She's from US but I think she has some latin blood as well, so, to me, she is gorgeous. She is always friendly to everyone. For a close friend, I think she's really dedicated, I assume this from Ayano's birthday party. She is also the one who educates us about Salsa!!... I mean the latino dance... not a sauce.

    Jessica and I have first conversation at our school's first party. I feel like it happens yesterday... There was a dance in the party. At first it was Rajib (Biswal) who started dancing, then when the latino music came up, Jessica and her friend came up on the floor and started to dance stunningly. I was really interested in dancing like that so I asked her to teach me. To be honest, I was so excited because she was really beautiful that day and a really great teacher.

    After that, I always respect her as a dancing teacher...

    Another time that we really had a conversation was when she was a host of Ayano's birthday party. She asked me to go and play guitar in the event. It was great. She told me yesterday that she likes my song. That's great! :-)

    Jessica's party, I believe, reminds everyone who was there that our good time here is going to come to an end very soon. I don't know if it is good that the end comes when relationship within school becomes closer and closer. Maybe it's good because it's end when we have a really good feeling for each other so that we can remember this good feeling at all time after we go back to our lives. But it's not good, and more suffer, when we have to detach from something we really like, from people who have been in our lives for 7-8 months, .... for me, it's like being apart from a family.

    As I learn from Buddhist teaching, this is a good time to learn about letting go and holding back. We should let go our feeling of not want to leave everyone by realise that it is natural that things and people in our lives come and go. However, it's a good feeling, good things in each other and good experience we had together that we should always keep them in our mind.

    More importantly, We are all going to be friends forever... I am looking forward to see everyone goes on their path and I hope one day we can gather together to do something that can make people's lives better. ... Thanks for the Facebook. We should update our lives via facebook to keep in touch.

    To Jessica, those steps will always be in my mind... :)

    February 02

    First Snow!!!.... for me :P

    วันนี้เป็นวันแรกที่ผมเจอหิมะที่นี่ !!!! ที่บอกว่าเป็น First Snow for me ก็เพราะว่า เหมือนว่านี่จะเป็น Second Snow ของที่นี่ แต่ยังไงก็ดีใจล่ะ ขอกระดี๊กระด๊าเล็กน้อย

    ตอนแรกก็ได้ยินข่าวมาเหมือนกัน ว่าวันนี้หิมะจะตก เช็คพยากรณ์อากาศก็บอกจะตกตอนบ่ายสาม ... ดูๆแล้วไม่เห็นตกซักที ฝนตกแทน เสร็จแล้วตอนค่ำพอคุยกับน้องฝ้ายเสร็จกำลังตั้งท่าจะไปอาบน้ำนอน ก็เห็นหิมะตกนอกหน้าต่าง ตกใจ! เลยชวนจอร์แดน เมทสุดเลิฟ ออกไปถ่ายรูป

    มันก็คล้ายๆ มีคนทำน้ำแข็งใสแล้วเอามาโปรย บวกกับเอาพัดลมเป่านะครับ ผมว่า เดินบนพื้นจะเปียกๆ แหยะๆ นิดนึง :P แต่ลมแรง และรู้สึกว่าจะหนาวเพราะลมนี่แหละ ส่วนที่หนาวที่สุดของร่างกายคือมือที่ต้องเอาออกมาถือกล้องค้างไว้แล้วกดชัตเตอร์ จะเห็นได้ว่าบางภาพมันสั่นดิกๆ นั่นเป็นเพราะว่ามันหนาวนั่นเอง

    เสร็จแล้วก็รีบขึ้นมาบนห้อง อุตส่าห์ยอมเสียตังค์โทรไปปลุกน้องฝ้ายขึ้นมาเพื่อดูหิมะด้วยกัน :D คือว่า ผมว่านี่เป็นเหตุการณ์พิเศษของผมเหมือนกันนะ แต่ก็คิดได้ว่า เหตุการณ์พิเศษ มันคงไม่พิเศษ ถ้าไม่ได้อยู่กับคนพิเศษด้วย ... และพอดีน้องฝ้ายเพิ่งลงไปนอน เลยยังไม่น่าจะง่วงมาก :P (คิดเองซะงั้น)

    เพื่อนนอร์เวย์บอกว่า คุณควรจะลงไปวิ่งเล่นและทำตุ๊กตาหิมะนะ และคุณเธอก็ว่าจะมาสอนให้ เสียอย่างเดียว เราพักกันคนละที่ที่ค่อนข้างไกล ไม่งั้นละก็ ได้ปั้นตุ๊กตาหิมะแล้ว ... ผมเพิ่งบ่นว่ามันน่าจะหนาวที่นอร์เวย์นะ เธอบอกว่า ในนอร์เวยมันมีคำพูดที่ว่า "there is no such thing as bad weather, only bad clothes!" เห็นจะจริงนะ ผมว่า ... ซึ่งนั่นก็ดูจะเป็นข้อดีของประเทศในเขตหนาว เพราะว่า ไม่ว่าหนาวเท่าไหร่ก็ใส่เสื้อให้อุ่นได้ ไม่เหมือนประเทศเขตร้อน จะใส่ยังไง สั้นกุด หรือแทบจะแก้ผ้าแค่ไหนมันก็ยังร้อนอยู่ดี

    จะว่าไป เล่าเรื่องเพื่อนนอร์เวย์คนนี้อีกนิดน่าจะดี แต่ยังไม่มีรูป ไว้วันหลังจะหามาลงไว้ครับ เธอชื่อ Mari Kjenner เป็นชาวนอร์เวย์ เรียนคอร์ส Conflict, Peace and Development (ประมาณนี้) เธอมาเรียนวิชา Macroeconomics for Development กับผม ข้อเด่นอย่างยิ่งของเธอคนนี้คือ เธอเคยเป็นนักฟุตบอลทีมชาตินอรเวย์ทีมเยาวชน ! และจากการคุยกับน้องคนไทย ที่ไปเล่นบอลกับเธอก็พบว่า เธอช่างทักษะสุดยอดจริงๆ แต่ว่า เธอบ่นกับผมว่าตอนนี้เธอไม่ฟิตอย่างแรง.... ก็นะ คงไม่ต่างกัน

    เริ่มรู้สึกว่า เพื่อนๆของเรานี่เจ๋งดีจริงๆ ...

    ป.ล. อันนี้อัพเดทหลังจากที่อัพไปเมื่อวาน แค่จะบอกเพิ่มเติมว่า ตอนเช้าตื่นขึ้นมาแล้วสวยดี ภาพโดยรอบ แตออกไปนี่หนาวเหน็บจริงๆ ทำให้นึกถึงว่า หิมะนี่ก็เหมือนละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่ง ถ้าเราดูจากตู้กระจกเราก็มีความสุขนะ เห็นเรื่องราวอันสวยงาม และเราก็รู้ว่าในเรื่องราวอันสวยงามนั้นมันก็มีความทุกข์อยู่คือความหนาว และมันคงไม่ดีถ้าเราต้องออกไปอยู่ในความหนาวนั้นซะเอง คือ ไม่เจอเรื่องละครๆในชีวิตจริงก็ดี ... ที่สำคัญ พออากาศเริ่มอุ่น มันก็ละลายหายไป ...ช่างเหมือนความสุขที่ไม่จีรังจริงๆเรย

    เป็น ป.ล.​ทีี่ยาวจริงเชียว

    January 30

    So young โซยัง ...

    เมื่อวานได้ออกไปซื้อของกับเพื่อนญี่ปุ่น และกลับมาดื่มน้ำชาที่แฟลตเค้าตอนค่ำ ได้เจอสาวๆญี่ปุ่นและเกาหลีด้วย อิอิ

    เพื่อนญี่ปุ่นสองคน นั้นคือ อายากะ กับ โยริโกะ และสาวเกาหลี ชื่อ โซยัง (So Young)

    ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะอยู่นานแต่ว่า พอดีรอโซยังอยู่ เนื่องจากว่า โซยังฝากเราซื้อชอคโกแลต 10 แท่ง!!!! ซึ่งเธอว่าจะกินให้หมดภายใน 1 สัปดาห์!!! ก็คิดในใจว่าดีแล้วที่เธอไปออกกำลังโดยการเต้นอย่างวันนี้

    ผมคงไม่เล่าหมดเพราะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ประเด็นของเรื่องคือว่า ผมได้เรียนรู้ว่า อย่าได้ดูถูกสาวน้อยตัวเล็กๆเป็นอันขาด ...

    โซ ยัง (คนทางขวาของสองรูปแรก) เป็นสาวเกาหลี อ่อนกว่าผมสักปีนึงได้ เธอมาเรียนคอร์ส การศึกษากับการพัฒนา

    ตั้งแต่วันแรกที่เข้าคณะ เธอโดดเด่นมาก ด้วยความหน้าเด็กของเธอ แถมยังชื่อ โซ ยัง (So Young) อีก ...สมชื่อจริงๆ เด็กจริงๆ เธอมีวีรกรรมอยู่ว่า เจ้าหน้าที่ที่ห้องจดหมายจำชื่อเธอได้ทุกคน เพราะเห็นว่าหน้าเด็กและชื่อโซยังอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังมีบุคลิกภาพที่เหมือนเด็กผู้หญิงจอมแก่นกวนๆคนหนึ่งอีกด้วย ดู active ตลอดเวลา

    แต่.....

    ผมเพิ่งรู้วันนี้แหละว่า เธอคนนี้ ครองสายดำ เทควันโด้ !!!! และเธอโชว์ให้ดูด้วย !!!! สำหรับผมคนที่เข้าๆออกๆ ห้องเรียนเทควันโด้อยู่บ้างบอกได้ทันทีว่า ท่าเตะแต่ละท่าของเธอนั้นถูกต้องตามเบสิคทุกอย่าง !!!

    เธอเล่าให้ฟังว่า เธอจบก่อนครึ่งปี เธอเลยมีเวลาว่างอยู่หกเดือนก่อนมาเรียนที่นี่ เธอสมัครไปเป็นอาสาสมัครสอนเด็กข้างถนนในฟิลิปปินส์ผ่านทางองค์กรอาสาสมัครนานาชาติ เธอว่า ครั้งแรกที่เธอไปถึงเจ้าหน้าที่ที่นั่นคาดหมายว่าคนที่มาสอนเทควันโดจะเป็นผู้ชาย เลยถามหา ปรากฎว่าก็ตกใจกัน เพราะว่า เป็นเธอนั่นเอง และมองเธอด้วยสายตาไม่เชื่อมือ

    เธอเลยต้องทำตัวเคร่งครัดอย่างยิ่ง ลงโทษนักเรียนอย่างเข้มงวด จนเธอได้ชื่อว่า เป็นครูสอนที่เข้มงวดที่สุด ... แต่ก็ไม่วาย มีเด็กส่งจดหมายรักมาให้ด้วย อิอิ ... และยังสามารถปราบเด็กโตที่เหลือขอให้อยู่หมัดด้วยความสามารถของเธออีกด้วย !!!!

    สำหรับคนข้างๆ โซยัง ชื่อ โยริโกะ เป็นเพื่อนอายากะ คนนี้เธอไม่ได้เล่าอะไรมาก แต่ฝีมือเปียโนเข้าขั้นเทพจริงๆ ...​ที่ว่าเทพ นี่คือ เทพจริงๆนะ เชื่อผมเถอะ ในฐานะที่เป็นนักดนตรีเหมือนกัน แต่เธอไม่ได้เรยีนในโรงเรียน แต่ใช้การฝึกเป็นหลัก ซึ่งน่าทึ่งมาก นอกจากนี้เธอยังซ้อมที่ UEA นี่สัปดาห์ละ 3 วันเพื่อให้มีกำลังใจเรียนต่อไปไม่หดหู่ และฝึกปรือฝีมืออีกด้วย !!!!

    ผมว่า นี่เป็นสิ่งที่เค้าบอกกันละมังว่า เวลามาเรียนเมืองนอกจะได้เพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมอื่นๆ ... ผมคิดว่าคืนเมื่อวานเหมือนกับคืนที่ผมไปบ้านของแดน ชาวเยอรมันเลย มันเป็นบทสนทนาคนละอารมณ์แต่ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันคือ เหมือนเราได้เชื่อมโยงใจกันและกันด้วยการแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตที่แต่ละคนได้ผ่านมา การได้รู้ Background ของคนแต่ละคนนั้นมีผลทำให้ภาพที่เรามองเค้าเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ

    อย่างไรก็ดี มันก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทำให้มีภาพกับคนๆนั้นดีหรือไม่ดี ... แต่ในฐานะที่เราเองก็รู้ว่า เพราะประสบการณ์ในอดีตทำให้เราได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น แต่สำหรับผมแล้ว ปัจจุบันก็เป็นเรื่องของปัจจุบัน คนเราก้าวพลาด ก้าวผิดกันได้ มันอยู่ที่ว่า ณ วันนี้ จะก้าวพลาด ก้าวผิดอีกไหม และเค้าจะก้าวพลาด ก้าวผิด มันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ถ้าเราโดนเค้าทำอะไรไม่ดี มันก็เป็นกรรมของเรา ก็ต้องให้อภัยกันจะได้หมดเรื่องราวกันไป ....

    ฉะนั้น เราควรจะเข้าใจคนอื่นว่า เค้ามีพื้นฐาน เบื้องหลังมาไม่เหมือนกันกับเรา คนจึงแตกต่างกัน แต่เค้าไม่ได้เลวโดยสันดาน และไม่มีวันกลับตัวได้ .... เพราะคนเราเปลี่ยนตลอดเวลา เรารู้จักเค้าเดือนนี้ ก็ไม่ใช่เค้าในอีกสามเดือนถัดไป ... และจะเห็นความต่างชัดยิ่งขึ้นเมื่อเค้าได้ผ่านประสบการณ์บางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนมุมมองเค้าไปตลอดกาล ... เราจึงควรจะให้โอกาสคนอื่นด้วยการไม่ตัดสินเค้าไปก่อนจากภาพที่เรารับรู้ และอย่าไปยึดกับภาพนั้น และมองคนอื่นในแง่บวก....

    ...เหมือน สาวน้อย โซยัง ... เผลอๆอาจจะหน้าเด็กแบบ So young! เหมือนโซยัง ก็ได้

    January 26

    ดินเนอร์ที่ยอดเยี่ยมกับเพื่อนชาวเยอรมัน...

    วันนี้ไปทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อนชาวเยอรมันมาครับ ชื่อ แดน ไปกับสาวๆแดนปลาดิบอีก 3 คน :P

    จะว่าไปจริงๆตอนแรกไม่ได้จะไป แต่เห็นว่า เธอพยายามชวนมากเลย ก็เลยไปด้วย เข้าใจว่า พวกเธอไม่อยากจะทำให้แดนแกรู้สึกแย่ เพราะเพื่อนๆหลายคนที่คาดว่าจะไปก็แคนเซิลกันเสียนี่ สรุปเลยไปกันสี่คน

    บ้านของแดนเดินจากมหาวิทยาลัยไปสักประมาณ 30 นาที ได้

    แดนเป็นคนเยอรมัน อาศัยอยู่ในเมืองออฟเฟนบวร์ก (น่าจะใช่นะ) เป็นเมืองที่อยู่ติดชายแดนฝรั่งเศส เมืองสตราสบวร์ก บ้านที่แดนอยู่ที่นี่เรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ และเขาทำอาหารเก่งในแบบที่เรียกว่า อาหารคือชีวิตของเขาเลยทีเดียว

    หากการทำอาหารคือศิลปะ แดนก็คงเป็นศิลปินแน่ๆ

    เรามี ลาซานญ่า ขนมปังกระเทียม สลัด ทุกอย่างทำเองทั้งหมด กระทั่งขนมปังกระเทีม และน้ำสลัด เป็นมื้อีที่สุดยอดจริงๆ

    เขาพาเราเข้าไปดูในครัวด้วย มีเครื่องปรุงและเครื่องเทศจากหลายชาติมากมาย กระทั่ง ซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว หรือผงทำข้าวหมกไก่ ก็ตาม

    เขารู้เรื่องเครื่องปรุงที่เขามาอย่างดี เมื่อเขาไปที่ต่างๆเช่น อิสตันบูล เขาเจอตลาดเครื่องเทส เขาก็เดินเข้าไปเลือกซื้อมาหลายอย่างเพื่อมาทำอาหารอย่างมีความสุข

    เวลาเห็นเค้าคุยเรื่องอาหาร เห็นความพิถีพิถันแล้วทำให้เกิดหลายอย่างขึ้นในความรู้สึก

    อันแรกคือ รู้สึกได้แรงบันดาลใจว่า เค้าเองก็มีงานอดิเรกที่เค้าเชี่ยวชาญ เอาไว้ทำร่วมไปกับการเรียนของเขา ทำให้คิดว่า ดนตรีนี่แหละ ควรจะเป็นงานอดิเรกของเราที่ควรจะทำให้เชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับการเรียนของเรา

    อันที่สองคือ มีความสุขเหมือนกับได้ดูการแสดงสด แจ๊ส ยังไงอย่างงั้น เหมือนได้ฟังมือทรัมเป็ต หรือมือกีต้าร์แจ๊ส ด้นสด และเราได้อินไปกับเค้าด้วย ... ตื้นตันจริงๆ

    หลังจากทานอาหารเสร็จ เราก็ดื่มชา (ช่างอังกฤษเสียนี่กระไร) แล้วพวกเราทั้งห้าก็แลกเปลี่ยน พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมในที่ต่างๆ ตั้งแต่การล้มสลายของกำแพงเบอร์ลินและการแบ่งแยกเยอรมันเป็นสองประเทศ การจราจร กติกาต่างๆ ไปจนถึง กีฬาประจำชาติ และวัฒนธรรมการแกะของขวัญ

    ช่างเป็นการพูดคุยที่เจ๋งจริงๆ ...

    เมื่อได้เวลาอันสมควร เราจึงเดินกลับมหาวิทยาลัยและที่พักของเรา

    ในใจผมได้รู้ว่าผมได้เพื่อนที่น่ารักมาอีกคนนึงละ :D

    March 12

    รำพัน: ขอให้เธอได้พบเจอสิ่งที่ดี

    เรามีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นผู้หญิง ผูกพันทำงานกับเรามาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย มาจนบัดนี้ก็ยังทำงานด้วยกันอยู่
     
    มีครั้งหนึ่งเราเกิดรู้สึกรัก และอยากเป็นคนรักของเขาขึ้นมา...ก็เลยขอเป็นแฟน...แล้วก็เป็นแฟนกัน
     
    เราคบกันด้วยดี มีความสุขอยู่พักนึง...จากนั้นมันกลายเป็นเหมือนนรกทางใจของเขา
     
    เราทำเขาร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วน ... เราไม่เคยเข้าใจ ความต้องการ ความฝันของหญิงสาว ผู้อยากมีรักอันบริสุทธิ์ รักแท้ รักที่ผูกพันทางใจ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ...
     
    วันนึงเราจึงตัดสินใจเลิกกันเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย... เธอและเราก็ต่างไปหาคนที่เราสบายใจด้วย
     
    เรายังคงเป็ฯเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ ... ก็ต่างเป็นห่วงกันและกันตามประสาเพื่อนร่วมงาน
     
     
    เราก็มองเค้าด้วยความดีใจที่ได้คนที่เข้าใจ (ก็คือเพื่อนสนิทของเราทั้งสองอีกคนนั่นเอง)
     
    ...ณ วันนี้แฟนของเพื่อนเราคนนั้นไปเรียนต่อ ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เธอทำของขวัญให้เขาด้วยความตั้งใจ และมีความสุขทุกครั้งที่ได้พูดคุย ได้ช่วยเหลือ และเฝ้ารอคอยเขากลับมา
     
     
    ...สองวันก่อน เราได้ยินข่าวที่ไม่ค่อยดีนัก จากเพื่อนของแฟนเพื่อนเราอีกที เหมือนว่าเขาไปเจอใครที่ต่างประเทศ ที่ใช่ และคนที่นี่ก็เป็นแค่เพื่อนกัน ... ก็คงเป็นเพื่อนกันจริงๆแหละมั้ง ก็ไม่เห็นเคยยอมรับกัน
     
    แต่ เราว่าใจเพื่อนเราก็คงไปไกลเกินกู่กลับแล้ว และคงคิดว่าจะไปกันได้ดี ระยะทางจะไม่ขวางกันความรักระหว่างเขาและเธอ
     
    เราไม่รู้มันจริงเท็จแค่ไหน ... เราเชื่อว่าหลายคนพอได้ยิน ก่อนจะเช็คข่าวก็ต้องคิดไปต่างๆนานาแล้ว สำหรับเราเราคิดว่า การบอกกันเป็นเรื่องสำคัญ แน่นอน กาลเทศะในการบอกก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่เรื่องพวกนี้ต้องบอกแต่เนิ่นๆ จะได้ทำใจ ...
     
    การอยู่ไกลทำให้เรามีแรงจูงใจที่จะทำอะไรไม่ดีเหมือนกันนะ เพราะเราไม่ต้องแบกรับต้นทุนจากการเห็นเขาเสียใจ ถูกสังคมรอบตัวรมประณาม อยู่ไกล ที่เมืองไทยก็เป็นแค่อีกโลกหนึ่ง เมืองนอกก็ป็นชีวิตใหม่อีกชีวิตของเรา มีตัวตนในสังคมใหม่ เลือกที่จะเปิด หรือไม่เปิดให้คนอื่นรู้ได้
     
    การตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ มีเหตุผลนั้น ก็ขึ้นกับสภาพจิตใจด้วย ว่าเข้มแข็งมั่นคงขนาดไหน การมีสติเท่านั้นที่จะทำให้คนเราตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณได้ แต่ตอนนี้ในสังคมโลก จิตใจคนอ่อนแอ ขาดสติกันเสียเป็นส่วนใหญ่
     
    จึงไม่น่าแปลกใจที่ระบบตลาด ทุนนิยมโลกจะให้ผลเสียแก่สังคมมากไม่น้อยไปกว่าประโยชน์ ทุนนิยมโลกส่งผลเสียในเชิงวัฒนธรรม จิตใจและจิตวิญญาณมากกว่าให้ประโยชน์มาก เพราะคนเรามีข้อจำกัดของสมองในการประมวลและรับสาร
     
    การมีสติก็ทำให้เกิดการยับยั้งช่างใจ สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น
     
     
    ก็หวังว่า เธอจะมีสติ... เขาจะมีสติ เพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกทางเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประโยชน์แก่ตนเองและคนอืนได้สูงสุดด้วย
    May 26

    บทสนทนา ก่อนน้องอองชุนจะลงไปปัตตานี

    icq57152514@hotmail.com says:
    พีชล สวัสดีค่ะ
    Chol's redemption says:
    หวัดดีคับ ใครครับเนี่ย
    icq57152514@hotmail.com says:
    เคยเข้าค่าย TUYEC1 ปัจจุบันอยู่ มธ.ขึ้นปี2ศิลปศาสตร์ค่ะ
    icq57152514@hotmail.com says:
    จะรบกวนถามน่ะค่ะ
    Chol's redemption says:
    อ้าว
    Chol's redemption says:
    คับ
    Chol's redemption says:
    ว่า
    icq57152514@hotmail.com says:
    ไปทำกิจกรรม ที่ปัตตานี พรุ่งนี้ สมควรไปแค่ไหนยังไง
    icq57152514@hotmail.com says:
    ยืนยันว่าจะไปแล้วค่ะ
    icq57152514@hotmail.com says:
    แต่ เมื่อวาน ระเบิด 5 จุดพร้อมกัน
    Chol's redemption says:
    กับเพื่อนมอ.ปัตตานีน่ะเหรอ
    Chol's redemption says:
    อืม...
    icq57152514@hotmail.com says:
    ไปในนาม สนนท
    Chol's redemption says:
    อืม...อ้อ เราไป join สนนท.
    Chol's redemption says:
    ตั้งใจจะลงไปทำไรครับ 
    icq57152514@hotmail.com says:
    ค้นหาความจริง ปัญหาภาคใต้
    Chol's redemption says:
    แล้วคาดว่าจะเจอ?
    icq57152514@hotmail.com says:
    ได้ไปลงพื้นที่ญาติผู้เสีย...
    icq57152514@hotmail.com says:
    ได้ไปมัสยิส
    icq57152514@hotmail.com says:
    เยี่ยมชมสถานทีประวัติศาสตร์
    Chol's redemption says:
    ครับ
    Chol's redemption says:
    แล้วคาดว่าจะเจอความจริงมั้ย
    icq57152514@hotmail.com says:
    เป็นประเด็นในใจที่ตั้งเป้าหมายไว้ค่ะ
    icq57152514@hotmail.com says:
    ก็ตรงตาม จปส.ค่ายด้วย
    icq57152514@hotmail.com says:
    ที่เหลือให้ลังเล อย่างเดียวคือความปลอดภัยเท่านั้นเองค่ะ
    Chol's redemption says:
    อืม... เราเชื่อว่าเรากำลังจะทำสิ่งดีหรือเปล่า....คิดดีๆนะ
    icq57152514@hotmail.com says:
    ความอยากรู้ ทำให้เราไป แต่เป็นคนธรรมดากลัวตายเหมือนกัน ผู้หญิงด้วย
    icq57152514@hotmail.com says:
    เชื่อค่ะ
    icq57152514@hotmail.com says:
    เชื่อว่าไปแล้วกลับมาจะทำสิ่งดีๆจากจุดเริ่มต้นตรงนี้แหละ
    Chol's redemption says:
    ยามใดที่เราคิดดี พูดดี ทำดี ยามนั้นขึ้นชื่อว่า ฤกษ์ดี ยามดี
    Chol's redemption says:
    บทสวดมนต์ว่าเอาไว้
    icq57152514@hotmail.com says:
    พร้อมทุกอย่าง แต่ ติดกลัวตาย แบบจะไปจริงๆต้องคิดนะ
    Chol's redemption says:
    ถ้าเราเชื่ออย่างนี้แล้ว และสิ่งที่ทำนั้นดีจริงๆ คุณพระจำคุ้มครอง อย่างน้อยเราก็จะไม่ประมาท
    Chol's redemption says:
    เราคาดหวังว่าพี่จะบอกว่าอย่าไปหรือเปล่า?
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อาจจะค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ทุกคนที่หนูบอก   ห้ามหมด
    Chol's redemption says:
    ถ้าพี่ห้ามเรา แล้วเราจะไม่ไปเหรอ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่เกี่ยวค่ะ อยากถามถึงความเหมาะสมค่ะ ในฐานะพี่เป็นนักกิจกรรมคนนึง
    Chol's redemption says:
    หึๆ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ตั้งใจจริงๆนะคะ เจตนาดี แต่เสี่ยงตาย
    Chol's redemption says:
    ถ้าอย่างงั้นพี่ก็บอกไปแล้วล่ะ ... ถ้าเราเชื่อว่าเรากำลังทำดี... ทำมัน ... อาจจะสวดมนต์ นโม.สามจบ แล้วบอกเทพเทวาให้ช่วยคุ้มครอง แล้วทำเลย ...
    Chol's redemption says:
    พี่รู้จักน้องที่อยู่ปัตตานี เค้าเล่าให้ฟังว่าตอนปกติน่ะมันไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่หรอก ... คือ มันไม่ใช่ สนามรบไง ... ฉะนั้น อันตรายมันอาจจะคาดเดาไม่ได้ แต่ว่า มันไม่ได้เกิดตลอด ...
    Chol's redemption says:
    บางอย่าง มันดูเหมือนจะเสี่ยง แต่จริงๆแล้วไม่เสี่ยง เช่นการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โอกาสที่กัมมันตภาพรังสีรั่วมีน้อยมาก แต่คนก็กลัว กับการที่เราถือดินสอปลายแหลมวิ่ง โอกาสล้มและปักอกตายก็มากกว่า แต่คนก็เฉยๆ
    Chol's redemption says:
    ถ้าลงไปทำดี สิ่งที่ต้องทำคือ มีสติอยู่กับตัวเสมอ อย่าประมาท พยายามอย่าไปที่ที่คนพลุกพล่าน หูตาไวเสมอ ลองไล่ตามข่าวดูก็ได้ ว่าตอนนี้เค้ามีข่าวว่าจะย้ายไปบอมบ์ที่ไหน ก็อย่าไป เห็นจะไปบอมบ์สถาบันการเงินซักอย่างป่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เห็นค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เราไปแต่มัสยิส ตากใบ กรือเซะ
    Chol's redemption says:
    แต่นั่นล่ะ... ถ้าคุณเชื่อว่ามันเป็นสิ่งดี ทำเลย เพียงแต่อย่าประมาท....
    Chol's redemption says:
    ก็โอเค
    Chol's redemption says:
    แต่พี่ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างหนึ่ง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    การไป ลักษณะเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เกือบ70คนค่ะ
    Chol's redemption says:
    ข้อหนึ่งคือ ความจริง มันมีหลายมุม ความจริงของอีกคน อีกคนอาจจะบอกว่าไม่จริง ...อย่าเชื่อ
    Chol's redemption says:
    ข้อที่สองคือ พี่ไม่คิดว่าเราจะได้ความจริงจากการไป ... พี่คิดว่าเราจะได้ซึมซับความรู้สึกต่างๆของคน ของสถานที่ ...มากกว่าความจริง  ความรู้สึกมันทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำอะไรซักอย่าง แต่มันไม่ได้ให้คำตอบ หรือข้อมูลว่าเราควรจะทำอะไร
    Chol's redemption says:
    ข้อมูล ช่วยให้เราคิดได้บ้างว่าเราควรจะทำอะไร ... แต่ในเรื่องละเอียดอ่อนเหล่านี้ ต้องดูดี มุ่งที่ความสมานฉันท์เป็นหลัก ให้มันสร้างสรรค์ มากกว่าแตกแยก ไม่ใช่ไทยมุสลิม แต่รัฐกับประชาชน
    Chol's redemption says:
    พี่ไม่เคยเห็นด้วยกับการมองมิติรัฐกับประชาชน และการป้อนให้รู้สึกว่ารัฐเลว...เหมือนที่สนนท.ทำ
    Chol's redemption says:
    แน่นอนทหารชั้นผู้น้อยเลวจริง...ย่ำยีชาวบ้าน
    Chol's redemption says:
    แต่การตีขลุมไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
    Chol's redemption says:
    ฉะนั้น ให้มีสติอยู่เสมอ ให้ตัวเองเคลียร์เสมอ ว่าจะไปหาอะไร ความจริง...หรือความรู้สึก....
    Chol's redemption says:
    ความรู้สึกมีได้ ไม่ได้ผิด แต่ใช้ปัญญาด้วย
    Chol's redemption says:
    คิดให้รอบด้าน ถ้าตรงไหนยังมืดบอด ที่นั้นแหละก็จะเติมเต็ฒให้ได้
    Chol's redemption says:
    เราชื่ออะไร
    Chol's redemption says:
    คุณฟังอยู่ป่ะเนี่ย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ฟังค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ชื่อ  อองชุนค่ะ
    Chol's redemption says:
    โอเค น้องอองชุน อยู่ศิลปศาสตร์ เอกอะไรคับ
    Chol's redemption says:
    มีอะไรไม่เคลียร์มั้ย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    รัสเซียศึกษาค่ะ
    Chol's redemption says:
    ครับ มีอะไรไม่เคลียร์อยากจะคุยกับพี่อีกหรือเปล่า หรือที่พิมพ์ไปมีตรงไหนไม่เข้าใจ
    Chol's redemption says:
    พี่ก็ดีใจนะที่มีคนสนใจและตระหนักเรื่องเหล่านี้
    Chol's redemption says:
    ฮาโหล
     
      You cannot send a Nudge to your contact because he or she is using an older version of Messenger that does not support this feature.
     
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ค่ะ
    Chol's redemption says:
    เอ้า ไม่เห็นตอบเลย
    Chol's redemption says:
    พี่ทำเท่าที่ได้อ่ะนะครับ ยังไงก่อนจะนอน ก่อนจะปิด อ่านข้อความของพี่อีกทีก็แล้วกัน พี่ว่าเราไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    มาแล้วค่ะ
    Chol's redemption says:
    เวลาไม่มีสมาธิมันรับอะไรไม่ค่อยได้ดีหรอกนะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    มันมีความไม่สบายอย่างนี้ค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    พ่อแม่ไม่ทราบ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เพื่อนๆที่ไป นี่หนีพ่อแม่มากันหมด
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่มีใครเลยนะที่บอกพ่อแม่
    Chol's redemption says:
    ไม่บอกแล้วโกหกเค้าหรอเปล่า
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เราไปเพียงในนามของ สนนท. แต่ความเป็นสนนท.ไม่ได้มาอยู่ในตัวเราเลยค่ะ เป็นแค่ชื่อที่ยืมมาใช้เพื่อไป จริงๆจะไปในนามของสถาบันต้นกล้า
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    บอกว่าติดสอบ
    Chol's redemption says:
    โกหกนิ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่ทำ ไม่ได้ไปแน่นอนอยู่แล้วค่ะ
    Chol's redemption says:
    แล้วทำไมต้องไปในนามสนนท. สถาบันต้นกล้ามันไม่ดีตรงไหนหว่า
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อ่อ จำนวนคนโควต้น ต้นกล้าไม่พอไงคะ
    Chol's redemption says:
    คือพี่น่ะรู้จักอยู่ เพิ่งไปเจอพี่อะไรซักอย่างมา จำชื่อไม่ได้
    Chol's redemption says:
    อืม...
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
     จำนวนคนโควต้า ***
    Chol's redemption says:
    พี่คิดว่าการเริ่มโกหกน่ะไม่ดี
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ใช่คะ หนูเลือกโกหก ค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เพราะได้อย่างเสียอย่าง
    Chol's redemption says:
    พี่คิดว่า การโกหกพ่อแม่ มันไม่คุ้มค่ากับการได้ลงไปปัตตานีหรอก
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    วางแผนมาเนี๊ยบค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    หนูอยากให้พ่อแม่อวยพรนะ ว่าไปเถอะลูก
    Chol's redemption says:
    พี่จะเล่าอะไรให้ฟัง
    Chol's redemption says:
    ตอนนี้อายุเท่าไหร่ครับ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    19
    Chol's redemption says:
    อา...
    Chol's redemption says:
    มันมีอย่างนี้ว่า
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    กว่าท่านจะเลี้ยงเรามาจนโต
    Chol's redemption says:
    ถูก
    Chol's redemption says:
    มันมีอย่างนี้ว่า คนเราเนี่ย บางทีเวลารับสารอะไรบางอย่าง มันมีทั้งแบบที่คิดก่อนแสดงตอบกลับมา และไม่ได้คิด
    Chol's redemption says:
    สมมติถ้าเราไปบอกพ่อกับแม่ตรงๆ เรื่องลงปัตตานี ด้วยสัญชาตญาณแล้ว เค้าต้องไม่ให้ลงไปอยู่แล้ว โดยไม่ต้องคิด
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ใช่ค่ะ ไม่ต้องคิด
    Chol's redemption says:
    คุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไรครับ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ธุรกิจส่วนตัว ฐานะปานกลาง
    Chol's redemption says:
    คุณพ่อคุณแม่ฟังเราขนาดไหน
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เป็นลูกคนโต มีน้องคนเล็ก 6 ขวบ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่ค่อยได้พูดกันค่ะ พ่อแม่งานหนักมาก
    Chol's redemption says:
    อืม...
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อยู่บ้านใกล้ชิดกัน แต่ไม่ได้ปรึกษาอะไรกับพ่อแม่มานานมากๆแล้ว
    Chol's redemption says:
    ถ้าเป็นพี่... พี่คงจะเขียนจดหมายให้เขาฉบับหนึ่ง...
    Chol's redemption says:
    พูดให้คุณพ่อกับคุณแม่ เข้าใจว่า ก่อนที่เราจะทำสิ่งต่างๆเหล่านี้เราได้คิดดีแล้ว และการที่เราบอกความจริงกับเค้าเพราะเราหวังว่าจะได้รับการเคารพในการตัดสินใจของเราจากเค้า
    Chol's redemption says:
    แล้วก็เล่าให้ฟัง โดยละเอียดถึงสิ่งที่จะลงไปทำ รวมทั้งที่พัก และคำมั่นสัญญาบางอย่างว่าเราจะไม่ไปในที่ๆเสี่ยง หรือทำให้เค้าไม่สบายใจว่าเราจะไม่ปลอดภัย อย่างน้อยให้เค้าตกใจน้อยลงไปหน่อยหนึ่ง
    Chol's redemption says:
    แล้วก็บอกว่า รักเค้ามาก จะกลับมากอด
    Chol's redemption says:
    แต่ก่อนจะมีทั้งหมดนั่น เราต้องคิดดีแล้วนะ
    Chol's redemption says:
    เพราะว่า พี่ฟังดูแล้ว ถ้าพี่เป็นคุณพ่อกับคุณแม่ การที่จะเสียเราไป เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ที่สุด เพราะเราเป็นลูกคนโต เป็นอนาคตของพ่อแม่ที่จะมาแบ่งเบาภาระของเจ้าตัวเล็ก
    Chol's redemption says:
    พยายามให้บรรยากาศในจดหมาย ดูราบรื่น สดชื่น
    Chol's redemption says:
    อย่าทำให้มันดูเครียด น่าเป็นห่วง
    Chol's redemption says:
    ...
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    แป๊บนะคะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เราคิดว่าคุยแล้วมั่นใจมากขึ้นค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ว่าจะไป
    Chol's redemption says:
    คุยกับใคร
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    พี่ไง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    จริงๆตั้งใจมากๆว่าจะไปอยู่แล้ว
    Chol's redemption says:
    แล้ว?
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อยู่ๆ ใครๆที่ทราบว่าเราจะไปพากันมาห้ามๆๆๆเอาวันนี้
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ถูกกล่อมด้วย
    Chol's redemption says:
    ที่พี่จะห้ามและกล่อมอย่างเดียว คือ อย่าโกหก พ่อแม่
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    แต่แก้ตรงนี้ไม่ได้เพราะบอกอย่างนั้นไปแล้ว
    Chol's redemption says:
    แก้ ตอนที่เราไปแล้วได้
    Chol's redemption says:
    ก็เขียนทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าวดิ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เอาความไม่สบายใจของเรา(ที่ไม่ได้บอกให้ท่านทราบ) มาซื้อความสบายใจของพ่อแม่ที่วางใจว่าลูกอยู่หอ C6
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เรื่องทิ้งข้อความเป็นปัญหาทีหลัง
    Chol's redemption says:
    พี่ยังยืนกรานว่าอย่าโกหก ทำอะไรก็ได้เพื่อให้เขาได้รู้ความจริง
    Chol's redemption says:
    แม้ซักครั้ง
    Chol's redemption says:
    บอกตอนกลับมาแล้วก็ยังได้
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อย่างนึงที่ลังเลคือไม่อยากให้ชื่อเราไปอยู่ในรายชื่อสันติบาล
    Chol's redemption says:
    อ้าว
    Chol's redemption says:
    หึๆ
    Chol's redemption says:
    ไปกับสนนท.พี่ไม่แน่ใจ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อันนี้ตั้งใจว่าจะบอกเหมือนกันนะคะ
    Chol's redemption says:
    อย่าลืมละกัน
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อาจจะบอกหลังจากห่างไปซักพักนึง แน่นอน
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เราไม่ได้เอี่ยวอะไรกับ สนนท.เลยซักนิด หลายครั้งไม่ชอบสนนท.ด้วยที่หัวรุนแรงเกินไป
    Chol's redemption says:
    อ้อ อย่าลืมอีกอย่างคือ เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ ฉะนั้นจะทำอะไรก็ อย่าประมาท อย่างน้อยคือ อย่าให้พี่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ห้าม ถ้าเราเป็นอะไรไป อย่างมากก็คือ พ่อกับแม่รออยู่ที่บ้าน น้องหกขวบเราต้องมีอนาคต
    Chol's redemption says:
    อย่างที่บอก ชื่อมันอยู่
    Chol's redemption says:
    ดีแล้วครับ อย่าลืมบอกนะครับ ถือว่าได้ปฏิญาณไว้แล้ว
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    สัญญาเลยค่ะ
    Chol's redemption says:
     
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    แต่เราไม่ได้คิดเลยนะว่าถ้าเกิดเหตุไปแล้ว ... แล้วจากนั้นจะยังไงค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ปัญหาอนาคตค่อยๆแก้ทีละเปราะ
    Chol's redemption says:
     
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ตอนนี้พร้อมทุกอย่างไป ก็ไป
    Chol's redemption says:
    อ่าาาา คิดหน่อยก็ดีครับ
    Chol's redemption says:
    เค้าถึงเรียกว่าเด็ก และเค้าถึงเป็นห่วงไง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    จริงๆคิดแหละ วันนี้เพื่อนๆคุยกันใหญ่ ใครทำประกันอะไรที่ไหนไว้มั่ง
    Chol's redemption says:
    เค้าไม่ทำประกันการก่อการร้ายนิ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ประกันแบบรวมๆ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    รวมหมด
    Chol's redemption says:
    เดี๋ยวนะ
    Chol's redemption says:
    ใครพาลงไป
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    จัดโดยองการนักศึกษา มอ.ปัตตานี
    Chol's redemption says:
    มีองค์กรผู้ใหญ่ๆอะไรพาลงไปบ้างไหม หรืออาจารย์ที่มอ.ปัตตานีรับทราบ?
    Chol's redemption says:
    อ้อ
    Chol's redemption says:
    โอเค
    Chol's redemption says:
    เคยเจออยู่
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อ.เกษียร อ.ชัยวัฒน์ไป
    Chol's redemption says:
    โอเค
    Chol's redemption says:
    ไม่เป็นไร
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เจ้าของโครงการเป็นรองอธิการบดี
    Chol's redemption says:
    ของ?
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อ.เกษียร อ.ชัยวัฒน์ไปเป็นวิทยากร ไปวันเดียวนะ นั่งเครื่องบินไปกลับ  
    Chol's redemption says:
    อ้าว
    Chol's redemption says:
    ไปกี่วันครับ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เจ้าของโครงการเป็นรองอธิการบดี  ของ มอ. เป็นคนหนึ่งในคณะกรรมการสมานฉันท์
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ค้างสามคืน
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไป5วัน รถไฟ
    Chol's redemption says:
    ป้าดโธ่
    Chol's redemption says:
    แค่นี้ก็บอกคุณพ่อคุณแม่ได้แล้วล่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ป้าดโธ่ ???
    Chol's redemption says:
    เพราะอย่างน้อยก็มีคนรับผิดชอบชีวิตเราแน่แล้ว
    Chol's redemption says:
    ยิ่งเป็นองค์กรทางการด้วยยิ่งแล้วใหญ่
    Chol's redemption says:
    พี่ฟังก็อุ่นใจขึ้นอีกตั้งเยอะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไปกันทั้งค่ายประมาณ70 คน
    Chol's redemption says:
    พี่ว่าห่วงน้อยลงไปเยอะเลย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    รวมกันนักศึกษาแกนนำใน มอ.ปัตตานี 30 คน
    Chol's redemption says:
    ให้เค้ารู้ว่า เป็นกิจกรรมอย่างนี้ ใครเป็นเจ้าภาพ ใครเป็นวิทยากร ที่ที่จะไปไปไหนบ้าง
    Chol's redemption says:
    ชัดอย่างนี้ พี่ว่า ถึงบอกก็ปัญหาน้อยกว่า บอกแค่ลงไปปัตตานี
    Chol's redemption says:
    เฮ้อ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ตารางไปแต่ชุมชน กับมัสยิส สองอย่าง แต่หลายๆที่
    Chol's redemption says:
    ก็ดีแล้ว
    Chol's redemption says:
    คอนเซปมันคือการซึมซับความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างเข้าใจ
    Chol's redemption says:
    พร้อมทั้งรับรู้ปัญหาจากมุมในพื้นทีจริงๆ
    Chol's redemption says:
    แต่ก็อย่างที่พี่บอก
    Chol's redemption says:
    ตอบตัวเองให้ได้ว่าไปเอาความรู้สึกหรือ "ข้อมูล" ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่ก็ได้
    Chol's redemption says:
    แม้ได้มาแล้วก็แยกให้ชัด แล้วใช้ความรู้สึกเป็นตัวขับเคลื่อน ใช้ข้อมูลเป็นตัวป้อนการคิดให้เกิดปัญญา
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    หวังทั้งสองอย่างค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    "ข้อมูล" ความรู้สึก
    Chol's redemption says:
    ก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง "เชื่อว่าตัวเองลงไปเพื่อกลับมาทำสิ่งดีๆ และมีสติเสมอ"
    Chol's redemption says:
    อ้อ
    Chol's redemption says:
    เวลาลงไปก็อธิษฐานจิตนิดหนึ่ง ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีในพื้นที่สักหน่อย คือ บอกกล่าวเจ้าบ้าน ว่าเรามาเยี่ยม เรามีความตั้งใจดี ทำสิ่งดีๆ คุ้มครองเราด้วย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ค่ะ
    Chol's redemption says:
    ขอสติ และสันติสุขจงมีแด่ท่าน
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ยังไงก็ไปแหละค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
     
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    อ้อ มีอย่างนึงที่ห่วงอยู่หากท่านทราบ โดยไม่ได้ทราบจากปากเรา แต่ทราบจากคนอื่น อาจจะไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมอะไรอีก
    Chol's redemption says:
    ?
    Chol's redemption says:
    ??
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    มีสื่อประชาไท กับ ผู้จัดการทำข่าวค่ายนี้
    Chol's redemption says:
    พี่เปี๊ยก?
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่ทราบชื่อค่ะ
    Chol's redemption says:
    อ้อ
    Chol's redemption says:
    แล้วข้อความข้างต้นหมายฟามว่าไง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    มีสื่อประชาไท กับ ผู้จัดการทำข่าวค่ายนี้ เค้าบอกจะทำเป็นสกู๊ปอะไรไม่ทราบ เกิดติดรูปไป ชื่อไป
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    แย่เลย
    Chol's redemption says:
    ก็นั่นน่ะสิ ถึงบอกไงล่ะ ว่าให้บอกคุณพ่อคุณแม่
    Chol's redemption says:
    บอกเหมือนที่บอกพี่เนี่ย
    Chol's redemption says:
    คือ อย่าบอกแค่ไปปัตตานี พูดอย่างนี้ใครก็ตกใจ
    Chol's redemption says:
    บอกให้หมด ว่า เจ้าของโครงการคือใคร ไปกันกี่คน ใครเป็นวิทยากร ไปที่ไหนบ้าง มีสื่อไปด้วย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    บอกแน่ แต่บอกหลังจากกลับมาแล้วน่ะ
    Chol's redemption says:
    อ้าว ถ้าเค้ารู้ก่อนเรากลับมา โดยไม่ใช่จากปากคุณ คุณจะทำยงไง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ความเสี่ยงไง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่เสี่ยงก็ไม่ได้มา
    Chol's redemption says:
    ไม่เห็ฯเกี่ยว
    Chol's redemption says:
    งานนี้มันสำคัญอะไรนักหนาเหรอ
    Chol's redemption says:
    หรือว่าการพูดความจริงกับบุพการีมันยากนัก 
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    โปรดเข้าใจความสัมพันธ์กับพ่อแม่ของเราสิ
    Chol's redemption says:
    :0
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่ได้สนิท
    Chol's redemption says:
     
    Chol's redemption says:
    โอเค
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
     
    Chol's redemption says:
    เราเข้าใจว่าท่านเข้าใจที่เราพูด... แล้วแต่ท่านก็แล้วกัน
    Chol's redemption says:
      เราให้เกียรติท่านล่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ขอบคุณค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
     
    Chol's redemption says:
     
    Chol's redemption says:
    หวังว่าหลังจากท่านกลับมา ท่านจะมาเล่าให้เราฟังถึงสิ่งที่ไปเจอและความคิดดีๆที่เกิดกับท่านบ้าง

     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ค่ะ อวยพรให้หนูด้วย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่ต้องดีกว่า
    Chol's redemption says:
    อ้าว เอายังไง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    พรใดก็ไม่สำคัญเท่าพร พระอรหันต์ในบ้าน
    Chol's redemption says:
    ถูกที่สุด
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่า
    Chol's redemption says:
    ช่าย 
    Chol's redemption says:
    จะดีมาก
    Chol's redemption says:
    อย่างไรก็ดี ขออวยพรหน่อยละกัน
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    วันนนี้คุณพ่อโทรมาบอกว่า รู้สึกเป็นห่วงมาก แต่ห่วงกับเรื่องอื่นนะ  พูดเหมือนรู้เลยว่าจะไปตจว.
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
     
    Chol's redemption says:
    พี่ขอให้อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง จงดลบันดาลให้ น้องอองชุน และคณะที่ลงไปเพื่อทำสิ่งดีๆที่ จังหวัดปัตตานี นั้น แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ทั้งระหว่างการเดินทางและในพื้นที่ที่ลงไปสำรวจ
    Chol's redemption says:
    ขอให้ศีล สมาธิ ปัญญา จงมีแด่ท่านทุกขณะจิต ของให้สติของท่านทั้งหลายตั้งมั่นอยู่เสมอ อย่าได้ประมาท ขอเหล่าทวยเทพทั้งปวง นำโดยองค์พระพิฆเนตรและเทพเทวาทั้งหลาย ช่วยคุ้มครองให้คณะเดินทางเหล่านี้ปลอดภัยด้วยเทอญ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ขอบคุณมากค่ะ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
     
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ขอให้พรดีๆที่กล่าวมา สมพรปากท่านด้วย

    Chol's redemption says:


      God is in everyone. When you think well, do well, speak well...God will bless you every time.

    Chol's redemption says:
    ท่านเงียบเลย
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ซึ้ง
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    รับพร
    Chol's redemption says:
    สาธุ
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    สาธุ
    Chol's redemption says:
    โอเค
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    ไม่รบกวนเวลาพี่แล้วค่ะ
    Chol's redemption says:
    ท่านไปนอนเถิด จะได้พร้อมสำหรับพรุ่งนี้
    :     << กว่าจะมาเป็นวันนี้>> says:
    เกรงใจ
    Chol's redemption says:
    โถ
    Chol's redemption says:
    เออ เดี๋ยว
    Chol's redemption says:
    เอารูปขึ้นให้พี่เห็นหน้าหน่อย เวลาอธิษฐานอะไรจะได้ นึกหน้าออก

    May 24

    ภูมิใจแทนอย่างแรง

    เพิ่งทราบข่าวว่า เพื่อนของเรา คนที่เราเคยตั้งใจทำความรู้จักอย่างจริงจังด้วยนั้น เพิ่งประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ด้วยความสามารถของเธอ ทำให้เธอสามารถเป็นหนึ่งในแปด E-Girl ของ ธนาคารกสิกรไทย คว้ารางวัล คนละหนึ่งล้านบาทไปครอง พร้อมได้งานที่ธนาคารกสิกรไทย สองปี ...

     

    สามารถเข้าไปดูภาพข่าวได้ที่นี่ครับ

    http://www.dailynews.co.th/pictonews.asp?columnid=9800

    http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/society/may/16/soc2.php

    http://talk.sanook.com/whaton/whaton_02075.php