Chol's profileอาจารย์บาทเดียวPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
February 22 Slumdog Millionnaire เมื่อวานไปดู Slumdog Millionaire กับน้องฝ้ายที่ Den Haag มา
ตอนเข้าไปในโรงนึกขึ้นได้ว่า เฮ่ย... นี่มันหนังภาษาอะไรหว่า
ฮินดีหรือภาษาอังกฤษ
เพราะเคยฟังเพื่อนที่ไปทำงานที่อินเดียบ่นว่ามันเป็นภาษาฮินดีแล้วฟังไม่รู้
เรื่อง ... ปรากฎว่า มันเป็นหนังสองภาษา และก็จะมี subtitle
ตอนช่วงที่มันเป็นภาษาฮินดี แต่แย่หน่อยที่มันเป็นภาษาดัชต์ Slumdog Millionaire เป็นเร่ืองราวของชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่โตขึ้นมาจากสลัมเมืองมุมไบที่ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าไปรอบลึกที่สุดของรายการ เกมเศรษฐีของอินเดีย ภาพยนตร์ตั้งคำถามว่า เขาทำได้อย่างไร เขาโกง, เขาเก่ง, เขารู้คำตอบมาก่อน หรือมันถูกกำหนดไว้ ... เนื้อหาเรื่องนี้คงต้องไปดูกันเอง แต่สิ่งที่ประทับใจจากหนังมีหลายอย่างเหมือนกัน อย่าง แรกคือ รู้สึกว่า คนทำหนังช่างคิดในการผูกเรื่องราวต่างๆเข้าด้วยกัน คือ เขาผูกคำถามที่หนุ่ม จามาล ถูกถามในรายการกับประวัติชีวิตของเด็กหนุ่มเอง และเรื่องราวต่างๆในชีวิตของเขาไว้ได้อย่างกลมกลืน แม้ในบางทีจะมีช่วงที่แอบเดาได้เหมือนละครน้ำเน่าของเราบ้าง แต่ว่าสำหรับเราแล้วมันซึ้งได้ใจดี อย่างที่สองคือ อย่างที่บอกตอนแรกมันเป็ฯหนังหลายภาษา แต่ว่า ผู้กำกับก็สามารถสื่อสารให้กับผู้ชมผ่านภาพได้อย่างดี คือแม้จะไม่เข้าใจภาษาฮินดี (หรือภาษาดัชต์) ก็ตาม ก็ยังสามารถจับใจความของหนังเอาไว้ได้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า เรื่องราวที่เป็นภาษาฮินดี เป็นเรื่องราวในช่วงเวลาเด็กของพระเอก และสิ่งที่หนังสื่อนั้นไม่ใช่เรื่องราวของเหตุและผล แต่เป็นเรื่องราวของความรู้สึกและประสบการณ์ที่จามาลได้ผ่านมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากทำให้ดีก็สามารถสื่อได้ด้วยภาพ ซึ่งหนังเรื่องนี้ทำได้ดีทีเดียว อย่างที่สามคือ ผมว่าหนังได้สะท้อนสภาพความเป็นอยู่และชีวิตของเด็กสลัมได้อย่างชัดเจนและ สมจริงอย่างมาก คงเป็นเพราะถ่ายทำจากสถานที่จริงและได้คนจากสลัมมาแสดงจริงๆ ตอนดูยังคิดอยู่ว่าคนพวกนี้ทำกรรมอะไรมาหนอ ความเป็นอยู่ช่างแตกต่างจากที่เราเคยประสบพบเจอมาเสียจริง อย่างไร ก็ดี ผมคิดว่าลักษณะการนำเสนอค่อนข้างตรงไปตรงมาไปหน่อย คือ แม้เนื้อหาเมื่อดูแล้วจะเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน แต่อาจเป็นเพราะวิธีการนำเสนอ และจังหวะเวลาในหนังเองที่ผมว่าทำได้ดีเกินไปหน่อยในการสื่อสารเนื้อหา จึงทำให้การนำเสนอของหนังไม่ได้สื่อความซับซ้อนของเรื่องออกมา เวลาดูหนังจบแล้วจึงรู้สึกดีแต่เบากว่าหนังที่ได้ชื่อว่าได้ชิงออสการ์ในปี ที่ผ่านๆมา โดยรวมๆผมว่าเป็นหนังดีควรดูครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่เมืองไทยและมี Subtitle ภาษาไทยด้วย ยิ่งหน้าไปดูใหญ่เลย TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://cholectu.spaces.live.com/blog/cns!5740658B3B709B92!1502.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|